บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Contractor Sector
โครงการต่าง ๆ ภาครัฐกำลังมา (Overweight Maintained)
Event
Update กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
Impact
โครงการขยายรถไฟทางคู่รอบใหม่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการรถไฟ 6 โครงการภายใต้การขยายรถไฟทางคู่ระยะที่สอง โดยโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี มูลค่า 3.7 หมื่นลบ., สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ มูลค่า 6.15 หมื่นลบ. และ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ มูลค่า 8.4 พันลบ.) ได้รับจัดสรรงบประมาณเต็มจำนวนรวม 1.07 แสนลบ. สำหรับระยะเวลาก่อสร้าง 6-8 ปี ทั้งนี้ ต้นทุนโครงการดังกล่าวได้รับการปรับแล้วเพื่อสะท้อนราคาค่าก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และดีเซลที่อยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่อีก 3 โครงการ คือ ปากน้ำโพ-เด่นชัย, เด่นชัย-เชียงใหม่ และชุมทางจิระ-อุบลราชธานี ซึ่งน่าจะมีมูลค่ารวมราว 1.84 แสนลบ. อย่างไรก็ดี การประมูลโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ 3 โครงการคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงสิ้นปี 2569 หรือต้นปี 2570 ส่วนอีก 3 โครงการในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าจะเปิดประมูลใน 2H70
โครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่อยู่ใน pipeline
Ch Karnchang (CK.BK/CK_TB)* และ STECON Group (STECON.BK/STECON TB)* ได้ระบุว่า โครงการถนน 3 เส้นทางที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว มูลค่ารวม 9.7 หมื่นลบ. (มอเตอร์เวย์-รังสิต บางปะอิน (M5), มอเตอร์เวย์-บางขุนเทียน-บางบัวทอง (M9) และ ทางด่วน-กะทู้ ภูเก็ต) คาดว่าจะเปิดประมูลใน 1H70 โดยที่ทั้งสองบริษัทยังคาดว่าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเฟส 2 (โคราช-หนองคาย) มูลค่ารวม 2.37 แสนลบ. จะเดินหน้าต่อเป็นหลายระยะ ตามสัญญางานระบบ (M&E) มูลค่า 3 หมื่นลบ. ของรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มฝั่งตะวันตก (ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้า 77% แล้ว) น่าจะได้สรุปสัญญาในอีกไม่นาน เพื่อให้ CK และ Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)* สามารถเดินหน้าจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าและติดตั้งระบบต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572 นอกจากโครงการถนนและระบบรางแล้ว ยังมีโครงการขยายสนามบินอีก 3 โครงการ มูลค่ารวม 7.3 หมื่นลบ. ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีนอกเหนือจากโครงการภาครัฐแล้ว STECON ยังมองหาโครงการภาคเอกชนมูลค่ารวม 6.88 หมื่นลบ. (Data Centers 3 แห่งมูลค่า 4.98 หมื่นลบ., โรงไฟฟ้ามูลค่า 1.6 หมื่นลบ. และสนามบินมูลค่า 3 พันลบ.) ด้วย
ทั้ง CK และ STECON พร้อมเข้าประมูลงานโครงการภาครัฐใหม่
งานรับเหมาก่อสร้างในมือ (backlog) ปัจจุบันของ CK และ STECON อยู่ที่ 1.46 แสนลบ. และ 1.16 แสนลบ. ตามลำดับ โดย CK คาดว่าจะได้รับงาน backlog ใหม่อีกมูลค่า 2.50 แสนลบ. ช่วงปี 2570F-71F ส่วน STECON ตั้งเป้ารับงาน backlog ใหม่อีกราว 5.0 หมื่นลบ. ต่อปี ปัจจุบันด้วย net D/E ของ CK และ STECON ต่ำที่ 1x และ 0.24x ตามลำดับ ทั้งสองบริษัทจึงสามารถเพิ่ม leverage ในงบดุลได้อย่างสบาย เพื่อรองรับ backlog จำนวนมากที่จะเข้ามาในอนาคตอีก โดยล่าสุด STECON ได้ออกหุ้นกู้ (debentures) ชุดใหม่มูลค่ารวม 2 หมื่นลบ. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโครงการภาครัฐและภาคเอกชนใหม่ ๆ
Valuation & Action
แม้แนวโน้มกำไร 2H69F อาจไม่น่าตื่นเต้นนักจากฐานกำไร 1H69 และ 2H68 สูง ผลจากมีกำไรพิเศษก้อนใหญ่แต่เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น ปัจจุบัน เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้ง STECON และ CK โดยประเมินราคาเป้าหมาย STECON ที่ 20.50 บาท อิงจาก PE ปี 2570F ที่ 21x (ค่าเฉลี่ยในอดีต) และ CK ที่ 23.00 บาท อิงจาก PE ปี 2570F ที่ 18.5x (-0.5 S.D.) ทั้งนี้ วัฏจักรการลงทุนภาคเอกชนจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโต โดยที่เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ “มากกว่าตลาดฯ”
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP, ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างสูงขึ้นและการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ







