บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
Commodities Update
ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มฮูตีกับซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้น
Event
อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์
Impact
ตลาดน้ำมันดิบ: ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลัง
ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้น 4% WoW เป็น US$112/bbl ในสัปดาห์ที่แล้ว (จาก US$108/bbl) เพราะความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางทำให้มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอุปทานที่อาจจะสะดุด โดยกลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลังได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีศูนย์กลางการส่งออกทางทะเลของซาอุดีอาระเบียที่ Yanbu และ เป้าหมายอื่นๆ ทำให้ซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการโจมตีเยเมน ในขณะเดียวกันความเสี่ยงที่สหรัฐและอิสราเอลจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ประกอบกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารหรือเดินหน้าเจรจากับอิหร่านต่อไป ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบ แต่อย่างไรก็ตาม ความพยายามทางการทูตของซาอุดีอาระเบีย, ปากีสถาน และ ตุรกี เพื่อให้อิหร่านกลับมาร่วมโต๊ะเจรจาจะช่วยจำกัดสถานการณ์ไม่ให้ทวีความตึงเครียดมากขึ้น ส่วนทางด้านอุปทาน ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่กำลังฟื้นตัวไปสู่ระดับก่อนสงครามช่วยลดแรงกดดันทางด้านราคาไปได้บ้าง แม้การเดินเรือพาณิชย์ยังคงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ตลาดโรงกลั่น: spread ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินลดลง แต่ spread ของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น WoW
GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ลดลง 43% WoW เป็น US$2.9/bbl (จาก US$5.2/bbl) เนื่องจาก spread ของน้ำมันเบนซินลดลง 24% WoW เป็น US$22.9/bbl โดยเป็นการปรับตัวลงจากระดับสูงในช่วงครึ่งแรกของเดือนตุลาคม แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ดีมากที่เหนือกว่า US$20/bbl ส่วน spread ของน้ำมันเครื่องบินลดลงเล็กน้อย 1% WoW เป็น US$64.7/bbl ในขณะที่ spread ของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 4% WoW เป็น US$64.9/bbl ทั้งนี้ spread ของทั้งน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่สูงตามฤดูกาลในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าราคาการกลั่นในประเทศไทยจะลดลง QoQ มาอยู่ระดับสิบต้นๆ ใน 4Q69F เนื่องจากอัตราค่าระวางสูงขึ้น แต่น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเมื่อเทียบกับระดับก่อนสงคราม
ตลาดปิโตรเคมี: spread ของ HDPE ลดลง แต่ spread ของ PP และ PET เพิ่มขึ้น WoW
Spread ของ HDPE ลดลง 4% WoW เป็น US$357/ton (จาก US$372/ton) ในขณะที่ spread ของ PP เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% WoW เป็น US$461/ton (จาก US$458/ton) ทั้งนี้ spread ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามซึ่งอยู่ต่ำกว่า US$300/ton เพราะอุปทาน polyolefins ตึงตัวขึ้นตามการผลิตที่ลดลงของ olefins จากวัตถุดิบ naphtha ท่ามกลางสถานการณ์ naphtha ตึงตัวและมีปริมาณน้ำมันดิบจำกัดที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงแครกเกอร์ ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียเพิ่มขึ้น 11% WoW เป็น US$124/ton (จาก US$111/ton) แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอุปสงค์ PET จะต่ำตามฤดูกาลในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะกดดัน spread ของ PET







