บล.พาย:

TIDLOR: TIDLOR Holding PCL

คาดกำไรใน 2H25 ซะลอตัว

เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่จำกัด ปรับมูลค่าพื้นฐานเพิ่มเป็น 19.70 บาท (เดิม 19 บาท) จากความสามารถทำกำไรสูงขึ้น คำนวณด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 14.8%, Long term growth 5%) อิง 1.7x PBV’25E และ 11.8x PE’25E หลังจากราคาหุ้นปรับสูงขึ้นทำให้อัตราผลตอบแทนจำกัดอย่างไรก็ดี คาดผลตอบแทนเงินปันผลที่ 2.8% เรามองว่ากำไรสุทธิในปี 2025 เติบโตได้ดีต่อเนื่องที่ 15% หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันภัยและสำรองหนี้ฯ ลดลงจากการควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น สำหรับแนวโน้มใน 2H25 คาดว่ากำไรจะปรับสูงขึ้น YoY จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิสูงขึ้นสำรองหนี้ฯ ลดลง อย่างไรก็ดี กำไรแนวโน้มลดลง HoH เพราะค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น

การประชุมนักวิเคราะห์

  • ผู้บริหารมีมุมมองบวกต่อการขยายตัวใน 2H25 (1) ความต้องการสินเชื่อค่อนข้างสูง แต่บริษัทระมัดระวังการขยายสินเชื่อใหม่จากความท้าทายทางเศรษฐกิจ คาดการเติบโตในปี 2025 ใกล้เคียงกับในปี 2024 (2) ต้นทุนการเงินจะปรับขึ้นใน 3Q จากการออกหุ้นกู้ใหม่และลดลงใน 4Q โดยคาดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้ง (3) คุณภาพสินเชื่อควบคุมได้ ราคารถยนต์ใช้แล้วแนวโน้มแข็งแกร่งต่อใน 3Q25 ทำให้การขาดทุนรถยึดลดลง โดยยืนยันในปี 2025 NPL ratio <2% และ Credit cost <300 bps (4) การลงทุน ด้าน IT มีความจำเป็นช่วยเพิ่มความสามารถเชิงการแข่งขัน งบการใช้จ่ายปีละ 300-400 ล้านบาท ใกล้เคียงกันใน 2-3 ปีข้างหน้า
  • การขยายสาขายังจำเป็นช่วยขยายสินเชื่อ และหนุนการเติบโตธุรกิจ ด้านนายหน้าประกันภัย คาดมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 200-300 แห่ง และเน้นการเปิดสาขาในพื้นที่มีศักยภาพเติบโตได้
  • ธุรกิจนายหน้าประกันภัยแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H25 และสูงกว่าการขยายตัวของสินเชื่อ ได้แรงหนุนทั้งจากจำนวนสาขา ที่เพิ่มขึ้น และตัวแทนนายหน้ากว่า 10,000 คน และช่องทางดิจิตอลโดยคาด Insurance premium เติบโต 2 หลักในปี 2025 โดยใน 4Q เป็นช่วงที่มีการเติบโตสูง
  • โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ส่งผลกระทบจำกัด สินเชื่อเข้าโครงการ ต่ำกว่า 2% ของสินเชื่อรวม

การเติบโตแข็งแกร่ง 10.7% CAGR (2025-27)

  • เราปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1-3% ในปี 2025-26 เนื่องจากสำรองหนี้ฯ ลดลงต่ำกว่าคาดใน 2Q25 และแนวโน้มการควบคุมสินเชื่อทำได้ดีต่อเนื่องใน 2H25 โดยปรับสมมติฐาน Credit cost ลงที่ 280 bps (เดิม 295 bps) ในปี 2025-26 อย่างไรก็ดี ปรับลดการเติบโตสินเชื่อลดลงเหลือ 4.5%/4% (เดิม 6.3%/6.9%) ในปี 2025-26 สะท้อนความต้องการใช้จ่ายของลูกหนี้ชะลอตัว และการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรัดกุม ดังนั้น เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 14.7%/9.7% ในปี 2025-26
  • คาดการจ่ายเงินปันผลที่ 0.50 บาท/หุ้น ในปี 2025 บนสมมติฐาน อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout ratio) ที่ 30% คิดเป็นผลตอบแทนเงินปั่นผล 2.8%
- Advertisement -