บล.บัวหลวง:
Delta Electronics (Thailand) (DELTA TB / DELTA.BK)
ดีกว่าทุกคาดการณ์
กำไรหลักมากกว่าเราคาด 20%
DELTA รายงานกำไรสุทธิ 9.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% YoY และ 25% QoQ มากกว่าเราและตลาดคาด 18–21% ปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ดีกว่าคาดเล็กน้อย และอัตรากำไรขั้นต้นที่มากกว่าคาด ในไตรมาสนี้ DELTA บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานและค่าความนิยมรวม 453 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนถูกกลบด้วย กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 318 ล้านบาท ค่าชดเชยจากการยกเลิกสัญญา 379 ล้านบาท และรายได้การใช้สิทธิ 261 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญจากผลประกอบการ
รายได้ไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท (1,945 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 44% YoY และ 6% QoQ (เพิ่มขึ้น 56% YoY และ 7% QoQ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อแยกตามกลุ่มสินค้า ยอดขาย Power Electronics เพิ่มขึ้น 90% YoY และ 8% QoQ ยอดขาย Mobility ลดลง 38% YoY และ 3% QoQ ยอดขายสินค้าที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น 67% YoY และ 14% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นของ DELTA อยู่ที่ 31.7% เพิ่มขึ้นจาก 25.6% YoY ในไตรมาส 1/68 และ 28.6% ในไตรมาส 4/68 อัตรากำไรขั้นต้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 32.6% เพิ่มขึ้นจาก 25.8% ในไตรมาส 1/68 และ 29.2% ในไตรมาส 4/68 อัตรากำไรจากการดำเนินงานธุรกิจ EV อยู่ที่ -9.4% เทียบกับ -15.7% ในไตรมาส 4/68 (แม้ยอดขายลดลง QoQ) ในขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจ Power Electronics เพิ่มขึ้น 140bps (มาอยู่ที่ 23%) อัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจสินค้าที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก 9.3% ในไตรมาส 4/68 มาอยู่ที่ 9.5% ในไตรมาส 1/69 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 15.9% เทียบกับ 12.2% ในไตรมาส 1/68 และ 15.4% ในไตรมาส 4/68
แม้ว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ DELTA ลดลง 33% YoY เป็น 3 พันล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียนอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้และสต็อกสินค้า
แนวโน้ม
เรายังคงคาดการณ์ว่าอุปสงค์จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI/ดาต้าเซนเตอร์ เราคาดว่ากำไรหลักจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 2/69 และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
จากผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่ดีกว่าคาด เรากำลังทบทวนประมาณการกำไร ราคาเป้าหมาย และคำแนะนำ เราจะอัปเดตอีกครั้งหลังการประชุมนักวิเคราะห์ ซึ่งจะจัดขึ้นในเช้าวันนี้ หากอิงจากผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่แข็งแกร่ง เรามองว่าอาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569 ราว 20% (เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท)
คำแนะนำ
หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/69 trailing EPS เพิ่มจาก 2.00 บาท เป็น 2.28 บาท ส่งผลให้ trailing PER ลดลงจาก 156 เท่า เหลือ 136 เท่า ราคาหุ้นมีการปรับฐานลงมาอยู่ที่ 280 บาท ซึ่งใกล้เคียงกรอบบนของช่วงพักฐาน 250–280 บาท ที่เราประเมินไว้ก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม เราไม่คาดว่าราคาหุ้นจะปรับขึ้นแรงในเดือน พ.ค. เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากการถูกใช้มาตรการ Cash Balance (CB) ต่อเนื่องหรือรอบใหม่ แม้เพียง 1 วันทำการที่เข้า CB ในเดือน พ.ค. ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดจาก SET50 อย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่าระดับ PER ราว 130 เท่า (เทียบกับ 159 เท่า ตอนเข้า CB ล่าสุด) เป็นโซนที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งเทียบเป็นราคาหุ้นประมาณ 300 บาท อย่างไรก็ตาม หากหุ้นถูก re-rate กลับไปที่ระดับ PER เดิมช่วงเข้า CB จะเทียบเป็นราคาประมาณ 360 บาท ซึ่งมีโอกาสทำให้ความเสี่ยง CB กลับมาอีกครั้ง







