บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
PTT Exploration & Production (PTTEP TB)
แนวโน้มราคาน้ำมันระยะยาวอ่อนแอลง
ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” หั่นราคาเป้าหมายลงเหลือ 145 บาท
เราปรับลดคำแนะนำหุ้น PTTEP ลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” และปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 145 บาท จากเดิม 157 บาท การปรับลดคำแนะนำในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะยาวที่อ่อนแอลง แม้ว่าราคาน้ำมันในระยะสั้นจะยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม เราคาดว่าราคาน้ำมันจะดิ่งลงสู่ระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็วหลังจากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง ในขณะที่การถอนตัวออกจากกลุ่ม OPEC ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มประเทศนอก OPEC+ อาจกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อราคาน้ำมันในระยะยาว เราจึงแนะนำให้เปลี่ยนไปลงทุนในหุ้น PTT และกลุ่มโรงกลั่น (BCP/SPRC) แทน
ราคาน้ำมันปรับฐาน ขึ้นอยู่กับว่า “เมื่อไหร่” ไม่ใช่ “จะเกิดขึ้นหรือไม่”
เราคาดว่าในที่สุดแล้วราคาน้ำมันจะปรับฐานลงไปอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่านั้นหลังจากช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งนี้ การที่เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent ปี 2569 เป็น 85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (จากเดิม 75 ดอลลาร์ฯ) ส่วนใหญ่เป็นการสะท้อนถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม และกรณีฐานของเราคาดว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มกลับมาดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เรามองว่ายอดการผลิตน้ำมันดิบจะสามารถเร่งตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัญหาหยุดชะงักในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์เป็นหลัก ไม่ใช่ที่ตัวกระบวนการผลิต ซึ่งหมายความว่าภายในใน 4Q69 เราอาจเริ่มเห็นตลาดน้ำมันเปลี่ยนเป็นภาวะอุปทานส่วนเกินสูงถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือมากกว่านั้น เมื่อเทียบกับภาวะอุปทานขาดแคลนที่ -8.5 ล้านบาร์เรลต่อวันใน 2Q69 ด้วยเหตุนี้ เราจึงยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันสำหรับปี 2570 ไว้ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลตามเดิม
หลากหลายปัจจัยลบกดดันราคาน้ำมันในระยะยาว
เราปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันในระยะยาว (ปี 2571-2572) ลงเหลือ 65 และ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ (จากเดิม 67 และ 68 ดอลลาร์ฯ) เนื่องจากเรามองเห็นปัจจัยกดดันในระยะยาวหลายประการ ได้แก่ 1) การที่ UAE ลาออกจากกลุ่ม OPEC อาจทำให้มีกำลังการผลิตส่วนเกินเพิ่มเข้ามาอีก 0.55 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับระดับฐานในปี 2568 2) กลุ่มประเทศนอก OPEC+ อื่น ๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและบราซิลกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิตอย่างรวดเร็วเพื่อเข้ามาเติมเต็มส่วนต่าง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว กลุ่มประเทศนอก OPEC+ อาจมียอดการผลิตเติบโตขึ้นถึง 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับระดับฐานในปี 2568 และ 3) การที่ยูเครนยังคงเดินหน้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัสเซียต้องส่งออกน้ำมันดิบมากขึ้น และส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปน้อยลง
แนะนำเปลี่ยนไปลงทุน PTT และกลุ่มโรงกลั่น
ด้วยระดับ P/BV ที่ 1 เท่า ปัจจุบัน PTTEP ซื้อขายกันที่มูลค่า (multiple) ที่สูงที่สุดในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีของไทย เราจึงแนะนำให้สลับการลงทุนจาก PTTEP ไปยัง PTT รวมถึง BCP และ SPRC ซึ่งซื้อขายกันที่ระดับ P/BV ที่ต่ำกว่า และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่า








