บล.ฟิลลิป:
กรุงเทพดุสิตเวชการ – BDMS (BDMS TB)
ชะลอเพียงฤดู ฟื้นคืนเมื่อถึงเวลา
Key Point
เราคาดกำไรหลัก 2Q69E ที่ 3,439 ลบ. (-15.3% q-q, -1.5% y-y) จากผลกระทบของผู้ป่วยตะวันออกกลาง และปัจจัยนอกฤดูกาล แม้รายได้เติบโตเล็กน้อย 1.0% y-y แต่ความซับซ้อนของโรคที่สูงขึ้นช่วยหนุนรายได้ นอกจากนี้ข้อมูลเบื้องต้นเดือน ก.ค. 69 รายได้เติบโตราว 5% y-y สะท้อนว่าเริ่มฟื้นตัวของรายได้ และเราเชื่อว่าจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม จากปัจจัยฤดูกาลในครึ่งปีหลัง แม้เป้าหมายทั้งปีจะขึ้นอยู่กับการเร่งตัวของรายได้ที่เหลือของปี แต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 25.00 บาทต่อหุ้น
ความซับซ้อนของโรคเพิ่มขึ้นชดเชยจำนวนผู้ป่วยที่ลดลง
เราคาดการณ์รายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ 25,946 ลบ. (-4.4% q-q, +1% y-y) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) รายได้ของผู้ป่วยนอก (OPD) ที่คาดว่าจะเติบโต +1.8% y-y แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยนอกจะปรับตัวลดลงแต่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น +4.7% y-y สะท้อนความซับซ้อนของโรคที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ 2) รายได้ของผู้ป่วยใน (IPD) ทรงตัวอยู่ที่ +0.1% y-y จากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาลดลง -3.3% y-y แต่รายได้เฉลี่ยต่อเตียงเพิ่มขึ้น +3.5% y-y ซึ่งสะท้อนความซับซ้อนของโรคที่ปรับตัวสูงขึ้น และช่วยชดเชยผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงได้บางส่วน ทำให้สัดส่วน OPD:IPD อยู่ที่ระดับ 50:50 ตามลำดับ
สะสมกำลังเพื่อไปต่อในครึ่งปีหลัง
แนวโน้มของครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัว โดยได้รับปัจจัยสนับสนุน จากข้อมูลเบื้องต้นในเดือน ก.ค. 69 ซึ่งแสดงการเติบโตของรายได้ราว 5% y-y จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยไทยในช่วงฤดูฝน ประกอบกับข้อจำกัดด้านการเดินทางที่ลดลง ขณะที่ปัจจัยฤดูกาลจะเป็นแรงสนับสนุนเพิ่มเติมโดย 3Q69 เป็นช่วงฤดูฝน และ 4Q69 เข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นช่วงที่จำนวนผู้ป่วยเข้ารักษาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราคาดว่าการเติบโตของรายได้ และกำไรจะเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
เงื่อนไขที่จะทำให้รายได้โตตามเป้าหมาย (Challenge guidance)
BDMS ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 69 ที่ 2%-4% เพื่อให้เป็นไปตามเป้าที่บริษัทตั้งเป้าในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจำเป็นต้องสร้างการเติบโตครึ่งปีหลังเฉลี่ย 8.2% y-y หรือคิดเป็นการเติบโตของรายได้ใน 3Q69 และ 4Q69 ที่ประมาณ 3-4% และ 7-8% ตามลำดับ และเพื่อให้รายได้เติบโตได้ทั้งปีที่ 4.9% y-y ตามที่เราคาด บริษัทจะต้องสร้างการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังเฉลี่ย 9% ประมาณ 8%-9% y-y ต่อไตรมาส
กำไรหลัก 2Q69E อ่อนตัวจากปัจจัยชั่วคราว
เราคาดการณ์กำไรหลักที่ 3,439 ลบ. (-15.3% q-q, -1.5% y-y) อ่อนตัวเล็กน้อยเนื่องจาก 1) รายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ชะลอลงเหลือ 1.0% y-y จากผู้ป่วยตะวันออกกลางของผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่เริ่มเห็นผลกระทบจะเริ่มลดน้อยลงโดยที่ เดือน เม.ย. 69 ถึง มิ.ย. -31%, -20% และ -15% ตามลำดับ 2) EBITDA Margin อ่อนตัวเล็กน้อยตามรายได้ที่ชะลอตัวลงที่ 23% (vs. 23.2% ใน 2Q68) และ 3) ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล เนื่องจาก 2Q69 เป็นช่วงที่มีความต้องการรับรักษาน้อยส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยชะลอตัวลง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 25.00 บาทต่อหุ้น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 25.00 บาทต่อหุ้น แม้ผลประกอบการ 2Q69E จะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาล และการชะลอตัวลงของผู้ป่วยตะวันออกกลาง แต่เราเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวกดดันแค่ชั่วคราว ขณะที่ในเดือน ก.ค. 69 เริ่มสะท้อนการฟื้นตัวของรายได้ ประกอบกับปัจจัยฤดูกาลในครึ่งปีหลังทำให้ผลประกอบการทยอยฟื้นตัว







