บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

TFG คาด 2Q69 เป็นจุดต่ำสุดก่อนฟื้นตัว

ซื้อ TP’69: 12.00

ผลประกอบการ 2Q69 ของ TFG มีแนวโน้มชะลอตัวลง q-q และ y-y จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและฐานกำไรที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตามธุรกิจในเวียดนามและช่องทางค้าปลีกยังขยายตัวได้ดีตามแผน โดยคาดว่าไตรมาสนี้จะเป็นจุดต่ำสุดก่อนจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในครึ่งปีหลังตามทิศทางราคาเนื้อสัตว์ที่เริ่มดีขึ้นและต้นทุนข้าวโพดที่ลดลง คงประมาณการและราคาพื้นฐานที่ 12.00 บาท มี Upside และ Dividend yield รวมกันถึง 25% แนะนำ “ซื้อ”

งบรวม 2Q69E 1Q69 2Q68 % y-y % q-q 6M69E 6M68 % y-y
กำไร 1,358 2,047 2,552 -46.8 -33.7 3,405 4,589 -25.8
EPS 0.23 0.35 0.44 -46.8 -33.7 0.58 0.79 -25.8

หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท

  • คาดการณ์กำไร 2Q69 ชะลอตัวจากปัจจัยด้านต้นทุน: ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิใน 2Q69 อยู่ที่ 1.36 พันล้านบาท ลดลง -33.6% q-q และลดลง -46.7% y-y สาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ โดยเฉพาะราคาข้าวโพดและบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 21% ใน 1Q69 เหลือประมาณ 18% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้นจากการขยายสาขาค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง

  • ยอดขายรวมยังโตจากค้าปลีก: ธุรกิจค้าปลีก (Retail) ยังคงเติบโตจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกประมาณ 60 แห่งในไตรมาสนี้ ทำให้มีสาขารวมอยู่ที่ 748 สาขา อย่างไรก็ตาม ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบราว 5% จากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลงและไม่ได้เข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลบางโครงการทำให้ยอดขายในช่วงต้นเดือนได้รับผลกระทบบางส่วน ธุรกิจไก่ (Chicken) รายได้รวม (เมื่อรวมยอดขายในร้านค้าปลีก) ลดลงประมาณ 3% เนื่องจากปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงเล็กน้อย ธุรกิจหมู (Swine) ในไทย แม้ราคาขายหมูหน้าฟาร์มลดลง แต่การขายผ่านร้านค้าปลีกของตนเองช่วยพยุงราคาได้ ในเวียดนาม: ปริมาณการขายเติบโตโดดเด่นถึง 10% ซึ่งช่วยชดเชยราคาที่ลดลง 5% ส่งผลให้มูลค่าการขายโดยรวมในเวียดนามเพิ่มขึ้นราว 5%

  • คงประมาณการ และราคาพื้นฐาน แนะนำ “ซื้อ”: คงประมาณการกำไรและราคาพื้นฐานอยู่ที่ 12.00 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันที่ 10.10 บาท จะมี Upside อยู่ที่ +18.8% และคาดการณ์ Dividend Yield = 5.9% ผลตอบแทนรวมราว 25% มองกำไร 2Q69 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ แต่คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวเดินใน 3Q69 จากราคาข้าวโพดมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับราคาเนื้อสัตว์เริ่มฟื้นตัว และยอดขายผ่านร้านค้าปลีกซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามเป้าหมาย

- Advertisement -