บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

C.P. Axtra PCL (CPAXT.BK/CPAXT TB)

ผลการดำเนินงานจะน่าสนใจน้อยลงใน 2H69 (Neutral‧Maintained)

Event

ประชุมนักวิเคราะห์, ปรับประมาณการกำไร และ ปรับราคาเป้าหมาย 

Impact 

ผลการดำเนินไม่น่าสนใจใน 3Q69F 

เราคาดว่าผลประกอบการของ CPAXT จะน่าสนใจน้อยลงในไตรมาสที่สาม เนื่องจาก i) สภาวะของการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้นไม่มากนัก และ เป็นไตรมาสที่ได้รับผลกระทบเต็มที่จากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล (ไทยช่วยไทยพลัส) ซึ่งทำให้ลักษณะการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น เราจึงคาดว่า SSSG ของธุรกิจ B2B และ B2C จะดีขึ้นไม่มากนักจาก 2Q69 (B2B -0.9% และ B2C -3.9%) ii) margin เพิ่มขึ้นจำกัดเพราะ product mix และ อาจมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายบางรายการ iii) อาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะบน omni-channel platform และ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Happitat และ iv) รายได้อื่นสูงเป็นพิเศษใน 2Q69 จากการขายข้อมูล (data monetization) ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรของ CPAXT ใน 3Q69 จะหดตัวลงทั้ง YoY และ QoQ แต่คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น QoQ ในไตรมาสที่สี่จากผลของปัจจัยฤดูกาล 

Margin ถูกบีบ และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 

บริษัทจะเดินหน้าขยายกิจการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขายผ่านช่องทาง omni-channel (อย่างเช่น last￾mile capacity ramp-up และ การเพิ่มพื้นที่ O2O ให้กับห้างเดิม) หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการเพิ่มสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางนี้จาก 18% ของยอดขายรวมในปี 2567 เป็น 23.6% ใน 1H69 ซึ่งหลัก ๆ เป็นการสะท้อนถึงความนิยมของลูกค้า (บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทาง omni channel ไว้ที่ 25% ของยอดขายรวมในปี 2569) ในขณะเดียวกัน เราน่าจะได้เห็นการลด และ เพิ่มขนาดห้าง (รวมถึงการปิดบางสาขาที่ underperform) เพื่อตอบรับกับอุปสงค์ และ ปรับพอร์ตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569Fลง 7% และ ปี 2570F ลง 5% 

เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ลง 7% และ ปี 2570F ลง 5% เพื่อสะท้อนถึง i) SSSG ที่แผ่วลงของธุรกิจค้าปลีก เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล ii) อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ลดลงปีละ 20bps เป็น 14.3% ในปี 2569F และ 14.4% ในปี 2570F ซึ่งหมายความว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึง product mix และ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย (เป็นไปตามที่บริษัทตั้งเป้าเอาไว้) และ iii) ค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น 1% จากค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจ 

Valuation 

เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F เป็น 15.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก –2.0 S.D.) จาก 16.00 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาสหน้ามีแนวโน้มจะอ่อนแอ ในขณะที่แนวโน้มธุรกิจยังเผชิญความท้าทาย เราจึงแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์ไปก่อน โดยต้องจับตาค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นใน 2H69 รวมถึงความสำเร็จ/ความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ ดังนั้น เราจึงแนะนำ “ถือ” CPAXT 

Risk 

เศรษฐกิจชะลอตัว, ราคาสินค้าเกษตรลดลง, ขยายสาขาได้ช้ากว่าที่คาดไว้, disruption ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ทางการ และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการในต่างประเทศ 

- Advertisement -